เมื่อคนยุคใหม่มีไลฟ์สไตล์แบบ “ชีวิตติดจอ” ใช้จอต่างๆ ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นจอคอมพิวเตอร์ จอแท็บเล็ต หรือจอสมาร์ทโฟนในการทำงาน เรียนหนังสือ อัพเดทสถานะโซเชียลมีเดีย เล่นเกม ดูหนัง ส่งข้อความ ซื้อของออนไลน์ ค้นหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ต ฯลฯ ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่ช่วยให้เราสามารถเสพข้อมูลทางสายตาได้ทุกที่ จนทำให้ดวงตาต้องรับบทหนัก ต้องเพ่ง ต้องจ้องหน้าจอต่างๆ อยู่ตลอดเวลา

สอดคล้องกับผลการสำรวจพฤติกรรมผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทย ปี 2557 จัดทำโดยกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร พบว่าคนไทยมีพฤติกรรมการใช้อินเทอร์เน็ตเฉลี่ยถึง 7.2 ชั่วโมงต่อวัน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพดวงตาโดยตรง เพราะดวงตาถูกทำร้ายโดยไม่รู้ตัว เพราะการที่จดจ่ออยู่กับงานหรือเนื้อหาต่างๆ จากหน้าจอนานๆ ทำให้ดวงตาต้องทำงานหนัก บางทีเราก็เผลอลืมกระพริบตา หรือเปลี่ยนอิริยาบถ อีกทั้งดวงตาต้องเจอกับแสงจ้าจากหน้าจอดังกล่าว ส่งผลให้มีอนุมูลอิสระสะสม จนอาจจะทำให้เกิดความผิดปกติเกิดขึ้นกับดวงตาของเราได้ เช่น อาจจะเกิดการระคายเคือง น้ำตาไหล ตาแห้ง ตาอักเสบ เกิดสายตาพร่ามัว จากกล้ามเนื้อตาอ่อนล้า มีอาการมองเห็นภาพซ้อน รวมถึงอาการแพ้แสง เป็นต้น

ฉะนั้นเราควรเริ่มดูแลและถนอมสายตาตั้งแต่เนิ่นๆ ก่อนสายเกินแก้ เพราะดวงตาของเรามีคู่เดียวไม่มีอะไหล่เปลี่ยนโดยเริ่มจากกระพริบตาบ่อยๆ อย่างน้อย 10-15 ครั้งต่อนาที รวมถึงนั่งทำงานในที่มีแสงสว่างเพียงพอ ปรับขนาดตัวหนังสือให้อ่านง่าย ไม่เล็กเกินไป ที่สำคัญควรเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อการบำรุงสายตา เช่น ผักและผลไม้ต่างๆ โดยเฉพาะผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ เช่น บิลเบอร์รี่ สตรอเบอร์รี่ แครนเบอร์รี่ ราสเบอร์รี่ และแบล็คเคอร์แรนต์ เป็นต้น เพราะผลไม้ตระกูลเบอร์รี่เหล่านี้มีวิตามินเอและแอนโธไซยานินสูง ที่มีผลงานวิจัยระบุว่า วิตามินเอช่วยในการมองเห็น และยังมีส่วนช่วยป้องกันการเกิดภาวะตาแห้ง ส่วนแอนโธไซยานิน ช่วยคลายความเหนื่อยล้าของดวงตา ช่วยปกป้องจอประสาทตา ช่วยให้การมองเห็นในเวลากลางคืน และช่วยให้การไหลเวียนเลือดในเส้นเลือดฝอยดีขึ้น นอกจากนี้ยังมีวิตามินซี อี และไบโอฟลาโวนอยด์ ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ มีส่วนช่วยปกป้องและถนอมดวงตาไม่ให้โดนทำลาย

เพื่อสุขภาพที่ดีของดวงตา นอกจากการเติมสารอาหารให้ดวงตาด้วยผลไม้ตระกูลเบอร์รี่และการพักสายตาเป็นระยะๆ แล้ว คุณควรดื่มน้ำมากๆ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ นอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ และไม่ใช้สายตาทำงานหักโหมมากจนเกินไป ล้วนแล้วแต่เป็นวิธีที่ช่วยเสริมเกราะป้องกันดวงตาจากชีวิตติดจอ ถึง 7.2 ชม. ต่อวันได้เป็นอย่างดี

ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน โดย รศ.ดร.สุรพจน์ วงศ์ใหญ่ | ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต